http://www.tamdeedaidee.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าหลัก

 วัตถุประสงค์

 วิธีการสั่งซื้อหนังสือ

 แจ้งการชำระเงิน

 ถาม-ตอบ/แสดงความคิดเห็น

 ติดต่อเรา

บริการ

นาฬิกา

Alternative content

ปฎิทิน

« October 2018»
SMTWTFS
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031   

สถิติ

เปิดเว็บ24/11/2010
อัพเดท08/10/2018
ผู้เข้าชม1,225,172
เปิดเพจ1,592,810

คำพิพากษาศาลฎีกาที่  7603/2548 

ป.วิ.พ. มาตรา 1(3), 144, 173, 248

     คดีนี้มีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันไม่เกิน 200,000 บาท ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ซึ่งการฎีกาในข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นขอให้พิจารณาใหม่ก็อยู่ในบังคับของบทบัญญัติดังกล่าวเช่นเดียวกัน ดังนั้น ฎีกาของจำเลยที่คัดค้านดุลพินิจของศาลล่างทั้งสองที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นฎีกาในชั้นขอให้พิจารณาใหม่ซึ่งเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทบัญญัติดังกล่าว

     คำร้องขอให้พิจารณาใหม่ถือเป็นคำฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 1 (3) หลังจากศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยฉบับลงวันที่ 13 ธันวาคม 2542 แล้ว จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกา แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่งและศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ กรณีถือว่าคดีเกี่ยวกับคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยฉบับลงวันที่ 13 ธันวาคม 2542 อยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ การที่จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ฉบับลงวันที่ 22 ตุลาคม 2544 โดยอ้างเหตุเดิมอีกในระหว่างนั้น จึงเป็นการฟ้องเรื่องเดียวกันนั้นต่อศาลเดียวกัน เป็นฟ้องซ้อนต้องห้ามตามมาตรา 173 วรรคสอง (1) มิใช่เรื่องการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้อน

---------------

     คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิจารณาคดีโจทก์ไปฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 108,873.84 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 100,738.23 บาท นับแต่วันที่ 14 กรกฎาคม 2541 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 600 บาท

    จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ฉบับลงวันที่ 13 ธันวาคม 2542 อ้างว่าจำเลยไม่ทราบว่าถูกฟ้องเนื่องจากเจ้าหน้าที่มิได้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลย ณ ภูมิลำเนาของจำเลย จำเลยจึงไม่มีโอกาสยื่นคำให้การและนำพยานเข้าสืบต่อสู้คดี

          ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

          จำเลยอุทธรณ์

          ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ไม่แก้อุทธรณ์จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้ โดยศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2544

          วันที่ 18 มิถุนายน 2544 จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาอ้างว่าเจ้าหน้าที่ยังถ่ายคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่เสร็จขอขยายระยะเวลาออกไป 45 วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายถึงวันที่ 23 กรกฎาคม 2544

          ต่อมาวันที่ 16 กรกฎาคม 2544 จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาครั้งที่สองอ้างว่า จำเลยมีเงินไม่เพียงพอที่จะจ้างทนายความยื่นฎีกา ขอขยายระยะเวลาออกไปอีก 30 วัน

          ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

          จำเลยอุทธรณ์

          หลังจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์แล้ว จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ฉบับลงวันที่ 22 ตุลาคม 2544 โดยอ้างเหตุเดิมอีก

          ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

          จำเลยอุทธรณ์

          ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์ทั้งสองฉบับของจำเลยรวมกันและพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

          จำเลยฎีกา

          ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า “คดีนี้มีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันไม่เกิน 200,000 บาท จึงห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ซึ่งการฎีกาในข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นขอให้พิจารณาใหม่ก็อยู่ในบังคับของบทบัญญัติดังกล่าวเช่นเดียวกัน ดังนั้น ฎีกาของจำเลยที่คัดค้านดุลพินิจของศาลล่างทั้งสองที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นฎีกาในชั้นขอให้พิจารณาใหม่ซึ่งเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทบัญญัติดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยข้อนี้เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยคงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยแต่เพียงว่าคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยฉบับลงวันที่ 22 ตุลาคม 2544 ชอบหรือไม่ เห็นว่า คำร้องขอให้พิจารณาใหม่ถือเป็นคำฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 1 (3) ข้อเท็จจริงปรากฏว่าหลังจากศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยฉบับลงวันที่ 13 ธันวาคม 2542 แล้ว จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกา แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องจำเลยอุทธรณ์คำสั่งและศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ กรณีถือว่าคดีเกี่ยวกับคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยฉบับลงวันที่ 13 ธันวาคม 2542 อยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ การที่จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ฉบับลงวันที่ 22 ตุลาคม 2544 โดยอ้างเหตุเดิมอีกในระหว่างนั้น จึงเป็นการฟ้องเรื่องเดียวกันนั้นต่อศาลเดียวกัน คำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยฉบับดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะเป็นฟ้องซ้อนต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 วรรคสอง (1) กรณีหาใช่เรื่องการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้อนดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไม่ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น”

          พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

หมายเหตุ 

          ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 วรรคสอง เป็นเรื่องของการยื่นคำฟ้องต่อศาล ที่ทำให้คดีนั้นอยู่ในระหว่างพิจารณา และมีผลตาม (1) ที่ห้ามไม่ให้โจทก์ยื่นฟ้องเรื่องเดียวกันนั้นต่อศาลเดียวกันหรือต่อศาลอื่น ที่เรียกกันว่า เป็นฟ้องซ้อน เพื่อมิให้คดีหนึ่งได้รับการพิจารณาจากศาลหลายครั้งหรือหลายศาล

           คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว และไม่มีการยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาดังกล่าว คดีจึงไม่อยู่ในระหว่างพิจารณา จะเกิดผลที่ห้ามฟ้องซ้อนตามมาตรา 173 วรรคสอง (1) หาได้ไม่ การที่จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ ฉบับลงวันที่ 13 ธันวาคม 2542 แม้คำร้องดังกล่าวซึ่งจำเลยเป็นผู้ยื่น จะเป็นคำฟ้องตามความหมายในมาตรา 1 (3) ก็ตาม ก็ไม่อาจเป็นการยื่นคำฟ้องที่กระทำโดยโจทก์ตามมาตรา 173 วรรคสองไปได้ จึงไม่มีคดีอยู่ในระหว่างขึ้นมาอีก การที่จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ฉบับลงวันที่ 22 ตุลาคม 2544 ในขณะที่คำร้องขอให้พิจารณาใหม่ฉบับเดิมอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จึงไม่น่าจะเป็นฟ้องซ้อน

           แต่การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยฉบับลงวันที่ 13 ธันวาคม 2542 เป็นการวินิจฉัยชี้ขาดคดีแล้ว การที่จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ฉบับลงวันที่ 22 ตุลาคม 2544 อีกจึงน่าจะเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำตามมาตรา 144

                      ไพโรจน์ วายุภาพ

 

ที่มา  http://deka2007.supremecourt.or.th/deka/web/docdetail.jsp

ตัวอย่าง  ฏีกาที่ 2

ตัวอย่าง  ฎีกาที่ 3

view

แบบสำรวจ

ท่านสนใจกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องใด มากที่สุด?
อุปโภค บริโภค
จราจร
ที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง
ความผิดทางอาญา
สัญญาต่าง ๆ
ภาษี
การค้า พาณิชย์
แรงงาน
การปกครอง
รัฐธรรมนูญ
 
view